บทเรียนชีวิต “เนลสัน แมนเดลา”

นั่งอ่านบทความนึงแล้วรู้สึกดีมากๆ เลยอยากเก็บไว้ให้ตนเอง และเผยแพร่ให้คนอื่นได้อ่าน เป็นบทความเกี่ยวกับนาย เนลสัน แมนเดลา อยู่ในคอลัมน์ คนดังอะราวน์เดอะเวิร์ด โดยมิสแซฟไฟร์ ในไทยรัฐวันเสาร์ที่ 19 กรกฏาคม 2551 เลยจะขอทำการหักดิบกฏตัวเองซักครั้ง ที่ตั้งใจจะไม่ลอกบทความใครทั้งดุ้นมาลง Blog ตัวเอง แต่ในเมื่อมันดีขนาดนี้ แล้วเหตุใดจะไม่นำเอามาลงล่ะ
 

บทเรียนชีวิต “เนลสัน แมนเดลา”

อดีตประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ เนลสัน แมนเดลา ต่อสู้มาทั้งชีวิตเพื่อให้ชาวโลกยอมรับว่าคนผิวดำก็เป็นมนุษย์ไม่ต่างจากคนผิวขาว และแม้วัยจะล่วงเลยมาถึง 90 ปี เพิ่งเป่าเค้กวันเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่วิญญาณนักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังเต็มเปี่ยมอยู่ทุกอณู โดยคุณปู่ประกาศว่า “ที่ไหนมีความยากจนและเจ็บป่วย รวมถึงเอดส์…ที่ไหนมีมนุษย์ถูกกดขี่ ที่นั่นย่อมมีงานต้องทำมาก และงานของพวกเราคือ การให้ เสรีภาพแก่ทุกคน”

ทำไม “คุณปู่แมนเดลา” จึงเป็นที่รักของชาวแอฟริกาใต้ และมีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลก?! คำตอบคงไม่ได้อยู่ที่เสน่ห์จากรอยยิ้มอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพลังความมุ่งมั่นและเสียสละอย่างจริงใจของคุณปู่ด้วย ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์สันติภาพมากมายบนโลก จนได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เมื่อปี 1993 นิตยสารไทม์ ฉบับล่าสุด ได้เจาะลึก 8 กฎเหล็กสู่การเป็นผู้นำในอุดมคติของ “เนลสัน แมนเดลา” ซึ่งสั่งสมมาตลอด 9 ทศวรรษ และยิ่งถูกเคี่ยวกรำจนเข้มข้น ก็ในช่วงที่เข้าไปนอนในคุกนาน 27 ปี ตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เพราะต่อสู้เรื่องการเหยียดผิว

กฎข้อ 1 : กล้าหาญ ใช่จะไม่กลัว

ในมุมมองของ “คุณปู่แมนเดลา” เชื่อว่าคนเป็นผู้นำต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักความกลัว เพราะถ้าผู้นำแสดงความกลัวออกมา คนอื่นๆที่เหลือก็จะพลอยขวัญเสียไปด้วย แต่ถ้าผู้นำสงบนิ่งแม้ยามมีภัย ไม่ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม คนรอบข้างก็จะกล้าหาญขึ้นอย่างอัศจรรย์

กฎข้อ 2 : บัญชาการแถวหน้า แต่ไม่ทิ้งกองหนุน

บทเรียนบทนี้ได้มาระหว่างที่อยู่ในคุกช่วงหลัง เมื่อถูกจับแยกขังจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ทุกคนในคุกต่างประท้วง แต่

เจ้าตัวกลับมองข้ามช็อต ขอร้องให้ใจเย็นๆ เพราะเชื่อว่าการถูกขังเดี่ยวอาจทำให้พลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ และแล้วก็เป็นจริง เพราะระหว่างนั้น เขามีเวลาคิดๆๆ จนริเริ่มแผนการเจรจากับฝ่ายรัฐบาลผิวขาวได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมหาแนวร่วมจากเพื่อนๆในคุกด้วย

กฎข้อ 3 : บัญชาการแถวหลัง ให้เครดิตลูกน้อง

ในวัยเด็ก “แมนเดลา” ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากหัวหน้าเผ่าเทมบู ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมที่เลี้ยงดูและให้การศึกษาเขามาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ หลังจากสูญเสียพ่อแท้ๆ เขายังจำติดตาว่า เวลาจัดประชุมใหญ่ในเผ่า พ่อบุญธรรมจะปล่อยให้สมาชิกเริ่มพูดจนครบทุกคนก่อน จากนั้น หัวหน้าเผ่าจึงแสดงทัศนะ บทเรียนจากพ่อบุญธรรมทำให้เขาตระหนักว่า คนเป็นผู้นำไม่มีหน้าที่สั่งลูกน้องว่าต้องทำอะไร แต่มีหน้าที่หามติเอกฉันท์ในหมู่คณะ หัวหน้ายังมีบทบาทนำในการโน้มน้าวให้ลูกน้องทำในสิ่งที่ต้องการ แต่ต้องใช้ศิลปะทำให้พวกเขาเชื่อว่าเป็นไอเดียของตัวเอง!!

กฎข้อ 4 : รู้จักศัตรู รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1960 “แมนเดลา” พยายามเรียนรู้ภาษาราชการของแอฟริกาใต้ ซึ่งคนผิวขาวในแอฟริกาใต้ใช้เป็นเครื่องมือเหยียดผิว แต่กลับโดนเพื่อนฝูงล้อ จนเขาเพิ่งเฉลยว่า การจะเข้าใจถึงความคิดของศัตรูได้นั้น ต้องเข้าใจภาษาของศัตรูก่อน จะได้รู้ถึงจุดอ่อนและจุดแข็ง เขาลงมือศึกษากีฬารักบี้ ซึ่งเป็นกีฬาโปรดของคนขาวในแอฟริกาใต้ด้วยซ้ำ เพราะอยากเข้าใจแท็กติกการทำทีม เพื่อนำมาปรับใช้ในการเจรจา

กฎข้อ 5 : อย่าปล่อยคู่ต่อสู้ให้ห่างตัว

แขกประจำที่ “แมนเดลา” เชิญมาสังสรรค์ที่บ้าน มีทั้งเพื่อนสนิทและคู่ต่อสู้ตัวฉกาจ เขาถือคติว่า การสวมกอดคู่ต่อสู้ คือกุญแจสำคัญในการควบคุมศัตรูให้อยู่หมัด ถ้าปล่อยไว้ตามลำพัง อาจเป็นอันตรายร้ายแรงกว่าการหลอกล่อให้ศัตรูอยู่ในอาณัติ

กฎข้อ 6 : ยิ้มเข้าไว้แล้วดีเอง

สมัยหนุ่มๆ “แมนเดลา” มีเสน่ห์ตรงรูปร่างหน้าตา และยังมีดีกรีเป็นถึงลูกชายหัวหน้าเผ่า ทำให้ป๊อปปูลาร์ได้ไม่ยาก แต่เมื่ออายุมากขึ้นๆ เขายอมรับว่าเสน่ห์แท้จริงมาจากรอยยิ้มจริงใจ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาจึงส่งยิ้มไว้ก่อน เพื่อแสดงความเป็นมิตร ส่วนชีวิตจริงอันขมขื่นขอเก็บไว้ จดจำคนเดียว

กฎข้อ 7 : ถ้าไอเดียไม่เวิร์ก ก็ล้มเลิกซะ

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนเป็นผู้นำจะยอมรับว่าไอเดียของตัวเองไม่เวิร์ก!! แต่สำหรับผู้นำเช่น “แมนเดลา” ยืนยันว่าคนเป็นผู้นำที่ดีต้องกล้ายอมรับความจริง และล้มเลิกความคิดห่วยๆซะ

กฎข้อ 8 : โลกนี้ไม่ได้มีแต่ขาวกับดำ

ไม่ได้เจาะจงเฉพาะเรื่องของสีผิว หรือการเหยียดผิว แต่ “แมนเดลา” ยังเหมารวมถึงทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือชั่วช้าจนยากแก่การอภัย

สมควรนิยามให้ “เนลสัน แมนเดลา” เป็นทุกอย่างในคนเดียวจริงๆ ทั้งนักบุญเดินดิน, นักต่อสู้อหิงสา, นักการทูต, วีรบุรุษผู้เสียสละ, ฮีโร่ผิวสี, จอมแท็กติก และคุณปู่ใจดี!!

มิสแซฟไฟร์

น่าแปลกที่ข้าพเจ้ามองดูแล้ว ยังไม่เห็นสักข้อในนักการเมืองไทยตอนนี้เลย
 
แม้กระทั่งข้อที่ง่ายที่สุดอย่างรอยยิ้ม สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย
แต่กลับไม่พบบนใบหน้าผู้นำประเทศไทย
 
เมืองไทยคงต้องการฮีโร่แบบนี้มาช่วยแล้วกระมัง
 
"If you cann’t find the hero, be one"
จากกระเป๋าผ้า aday
 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน News and politics คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ บทเรียนชีวิต “เนลสัน แมนเดลา”

  1. Chalida พูดว่า:

    ชอบอันที่บอกว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่สีขาวกับดำ
     
    ปล. มีสีชมพูด้วยนะ ขอแอ๊บแบ้วหน่อย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s