เจ้าชายย้อยกับดาว 1616C (เรื่องและภาพโดยคิมย้วยเพื่อนเจ้าชายย้อย)

อยู่ๆ เป็นไรไม่รู้เกิดอยากเล่านิทาน ก็ทนๆ ฟังกันหน่อยแล้วกันนะครับถ้าจะเล่านิทาน ก็ต้องเริ่มต้นด้วยประโยคยอดฮิต ประโยคนี้เลย

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว… บนดาว 1616C อันไกลพ้น มีกษัตริย์องค์น้อยๆชื่อเจ้าชายย้อย หน้าตาเจ้าชายดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นยิ่งนัก ใส่แว่นตากรอบสีฟ้ามีหนวดและเคราประปราย ผมทองตามสไตล์กอล์ฟ-ไมค์ & ซูซู

 

อย่าแปลกใจหากเจ้าชายย้อยจะมีชื่อและการแต่งตัวคล้ายเจ้าชายน้อย เพราะทั้งสองคนเขาเป็นฝาแฝดคนละฝากัน เพียงแต่เจ้าชายย้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมากกว่านิดนึง

 

วันนึงขณะเจ้าชายอายุครบ 8 ขวบปี พระราชาก็สั่งให้ทรงออกไปเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชน บนดาว 1616C เป็นครั้งแรก

พระราชา "เจ้าชายย้อย วันนี้เจ้าก็อายุ 8 ปีแล้วนะ ถึงเวลาสักทีที่พ่อจะให้เจ้าได้ออกไปเยี่ยมเยียนประชากรชาวดาว 1616C"

เจ้าชายย้อยตอบพร้อมสีหน้านึกสนุก เพราะนี่จะเป็นการออกจากวังครั้งแรกของเจ้าชายย้อย "ย้อยอยากไปแล้ว" พร้อมๆกับน้ำมูกที่ไหลย้อยบนใบหน้า

พระราชา " เออ ไปๆ ไปเช็ดน้ำมูกก่อนไปย้อย "เจ้าชายย้อยจึงรวบรวมลมปราณไว้ที่จมูก

"ซู้ดดดดด" หลังสิ้นเสียงเจ้าชายย้อยก็สูดน้ำมูกกลับเข้าไปจนหมด

พระราชาทำหน้าเหยเกพร้อมกับพูดว่า " ไปเยี่ยมเยียนราษฏรเลยไป อยากไปนักก็แต่เอาขี้มูกที่ติดอยู่บนผมออกก่อนนะ "

 

ดาว 1616C ที่เจ้าชายน้อยอยู่ เป็นดาวสีน้ำเงินเหมือนผ้ายีนส์ เดินเล่นซักสามชั่วโมงก็น่าจะทั่วดาวแล้วเหมือนเอาประเทศสิงค์โปร์มาห่อเป็นวงกลมขนาดประมาณนั้น

 

ขณะเจ้าชายย้อยเดินออกลาดตะเวนได้แค่สิบนาที ก็พบกับราษฏรกลุ่มแรกเป็นอูฐสีขาวสองตัว โดยตัวแรกมีความสูงที่สูงกว่าหน่อย ดูทีท่าน่าเกรงขาม สีหน้าดูดุดัน ผิดกับตัวที่สองที่ดูสีหน้าเคร่งเครียด ทำงานอย่างบ้าระห่ำกับเอกสารกองพะเนินที่อยู่บนโต๊ะ โดยมีอูฐตัวแรกคอยกำกับอยู่

 เจ้าชายย้วย ตาราง

 "เจ้ามีหน้าที่อะไร" เจ้าชายย้อยทักอูฐตัวแรกด้วยคำถามที่น่าจะเหมาะแก่การเยี่ยมราษฏรครั้งแรกของเขา

"มีหน้าที่เป็นหัวหน้า" เจ้าอูฐหน้าตาดุตอบ

"หัวหน้าคืออะไร" เจ้าชายย้อยผู้ไม่เคยรู้จักโลกภายนอกมาก่อนถาม

"ก็มีหน้าที่กำกับดูแลลูกน้องอีกทีนึง" เจ้าอูฐเริ่มหน้าเหยเกเพราะรำคาญ

"แล้วทำไมต้องกำกับ" เจ้าชายย้อยยังคงถามอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ

"ถ้าไม่มีหัวหน้า ลูกน้องก็จะทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองต้องทำต่อไปคืออะไร เพราะฉะนั้นต้องมีหัวหน้าเพื่อกำกับและดูแลภาพรวมทั้งหมด" ตอนนี้อูฐเริ่มหงุดหงิดเกือบถึงขีดสุด

"แล้วทำไมลูกน้องคิดเองไม่ได้ล่ะ อะไรคือความแตกต่างระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง" เจ้าชายย้อยไม่ยอมลดละ

"ก็สิ่งที่เรียกว่า ประสบการณ์ ไงล่ะที่แตกต่างกัน เรามีมากกว่าผ่านโลกมามากกว่าเห็นอะไรมาเยอะกว่า รู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด"

"ไปไปได้แล้ว เราจะรีบทำงาน" เจ้าอูฐหน้าดุไล่

เจ้าชายน้อยเดินจากมา พร้อมกับหันกลับไปดูเจ้าอูฐนั้น แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนทำงาน เหมือนกำลังทำหน้าดุสั่งงานกับเจ้าอูฐอีกตัวมากกว่าไปมากกว่า

 

ประสบการณ์มันทำให้เราสามารถสั่งคนอื่นได้เหรอ เจ้าชายย้อยคิดในใจ พร้อมกะจดเก็บไว้ บางทีสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เจ้าชายอย่างเราควรจะมีแต่มันใช้ยังไงอ่ะไอ้เจ้าประสบการณ์ บางทีลองถามคนที่ถูกการใช้ประสบการณ์มาควบคุมดูน่าจะได้ความ ว่าแล้วเจ้าชายย้อยก็รอโอกาสไปถามอูฐตัวที่สองที่นั่งทำงานกองพะเนินด้วยสีหน้าอันอ่อนล้า หลังจากที่เจ้าอูฐตัวแรกเดินจากไปหลังสั่งงานเสร็จ

 

"เจ้ามีหน้าที่อะไร" เจ้าชายย้อยถามคำถามเดิมเหมือนกับที่ถามเจ้าอูฐตัวแรก

"เรามีหน้าที่เป็นลูกน้อง" เจ้าอูฐตอบด้วยสีหน้าอ่อนล้า

แล้วลูกน้องต้องทำไรบ้างพร้อมกับสีหน้าอยากรู้

อืม ก็ทำตามที่หัวหน้าสั่งไงอูฐตอบโดยตายังคงจ้องอยู่แต่กับเอกสาร

แล้วทำไมเจ้าไม่เป็นหัวหน้าซะเองละ

เรายังไม่มีความสามารถพอนะที่จะขึ้นเป็นหัวหน้า เรายังใหม่ต่อสิ่งที่เราทำอยู่

นี่เจ้ากำลังพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า ประสบการณ์ใช่หรือไม่

อืมนั้นแหละ ประสบการณ์จะทำให้เราสามารถขึ้นเป็นเจ้านายได้

แล้วถ้างั้นทำไงถึงจะได้สิ่งนี้มาหล่ะ

ก็เรียนรู้จากงานที่หัวหน้าให้มาไงล่ะ

งั้นแปลว่าสิ่งต่างๆ ที่ได้จากหัวหน้ามาถูกต้องทั้งหมดงั้นเหรอ

บางที เราก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ทำไงได้เขาเป็นหัวหน้านิ ก็ต้องพยักหน้ารับเพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า

หัวหน้าสามารถกำหนดทุกๆอย่างได้เลยหรือ

อืม หน้าที่ของหัวหน้าอีกอย่างคือการจับผิดลูกน้อง เขาว่ากันว่าเป็นงานหลักเลยล่ะ

อย่างไร

ก็ลองนึกดูนะ ถ้าลูกน้องทำอะไรก็ถูกเสมอ งานที่ได้ไม่มีที่ติก็ไม่จำเป็นต้องมีหัวหน้าใช่ป่ะ เพราะฉะนั้นงานหลักของหัวหน้าก็คือต้องหาจุดบอด จุดมืด จุดผิด จุดพลาด สารพัดจุดที่จะหาได้จากประสบการณ์ที่เขามี นั้นแหละหน้าที่เขา

เจ้าชายย้อยเริ่มเข้าใจมากขึ้นในหน้าที่ที่หัวหน้าควรจะมี เจ้าชายย้อยจดการหาข้อผิดพลาดลงในสมุด

 

แล้วทำไมงานนายเยอะอย่างงี้หล่ะ เจ้าชายย้อยสงสัยตั้งแต่เห็นกองเอกสารสูงพะเนิน

เป็นงานที่หัวหน้าให้มาอูฐตอบเสียงอ่อยๆ

ทำไมเยอะขนาดนี้ละ แล้วเจ้านายไม่มีพวกนี้บ้างหรือ

มันไม่ใช่หน้าที่ของเขา สรุปง่ายๆหน้าที่ของเจ้านายมีเพียงสั่งงานและตรวจทาน

งานเราเลยกลายเป็นมีทั้งของใหม่และแก้ไขของเก่าตอนนี้อูฐตอบเสียงแทบเบาเหมือนกระซิบ

แล้วไม่เบื่อบ้างหรือเจ้าชายย้อยถาม

มันเป็นงานนะ เป็นสิ่งที่ต้องทำ

แล้วงี้ทำเพื่อไร เจ้าชายย้อยสีหน้างุนงง

เพื่อประสบการณ์อูฐตอบพร้อมยิ้มมุมปาก

ขณะนั้นเองเจ้าอูฐหน้าดุก็กลับมา พร้อมเริ่มส่งสายตาเขม่นพุ่งตรงมาด้านหลังของเจ้าชายย้อย ถึงเวลาที่ต้องไปแล้วล่ะเจ้าชายย้อยคิดในใจ ขณะเดียวกันก็นั่งคิดถึงสิ่งที่อูฐทั้งสองพูดซึ่งเจ้าชายย้อยยังคงไม่เข้าใจอยู่

 

เห็นทีต้องกลับวังไปปรึกษาท่านพ่อ

 

หลังจากเจ้าชายย้อยเล่าเรื่องที่ได้คุยกับอูฐทั้งสองให้พระราชาฟังแล้ว เจ้าชายย้อยจึงถามขึ้นว่า

เจ้านายสามารถทำงานโดยที่ไม่มีลูกน้อง และลูกน้องทำงานโดยที่ไม่มีเจ้านายได้หรือไม่

 พระราชา

พระราชาหัวเราะสามที แล้วอธิบายให้เจ้าชายย้อยฟังดังนี้

เวลาเจ้ากินปลาทอดที่แล่เป็นชิ้นๆ เจ้ารู้มั้ยว่าทำไมถึงต้องมีหนังติดมาในชิ้นปลาที่แล่ด้วย

เพื่อความอร่อยครับ หนังปลาให้ความมันอร่อยเสริมรสชาติ เจ้าชายย้อยตอบ

หึหึ นั้นมันก็ถูกสำหรับเจ้าอ่ะนะ แต่ความจริงเจ้ารู้มั้ยว่าหนังนั้นทำให้เนื้อปลาเวลาทอดแล้วไม่หลุดลุ่ย ยังคงติดเป็นชิ้นอยู่

ถ้าเป็นปลาอินทรีย์ พ่อครัวก็จะหั่นแบบติดกระดูกมาด้วยเลย ที่เป็นก้างดาวกระจายอยู่กลางชื้นปลา ถามว่ามันกินได้หรือ แข็งก็แข็งซะปล่าว แต่ก็ต้องมีเพื่อให้ชิ้นเนื้อยังคงเป็นชิ้นดูสวยงามน่ากิน

อืมเจ้าชายย้อยเริ่มนั่งน้ำลายย้อยตามชื่อ

ก็เหมือนกับเจ้านายและลูกน้อง ถามว่าเข้ากันได้มั้ยก็เรียกได้ว่าแยกกันเป็นชั้นได้เลย เหมือน หนัง กระดูก กับเนื้อปลา แต่พอมีรวมกันทั้งคู่แล้ว สิ่งที่ได้กลับเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ไม่หลุดลุ่ยขาดกระจาย

เจ้าชายน้อยนั่งพงกหน้ารับ ไม่ใช่ไรตอนนี้สมองเจ้าชายย้อยอยู่ที่กระพาะแทนแล้ว แต่เอาไงได้อุตส่าห์ถามก็ต้องฟอร์มนั่งฟังๆไป

 

แล้วประสบการณ์ล่ะท่านพ่อ มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือชายน้อยรีบนึกเรื่องที่จะถามต่อ เพื่อไม่ให้ขาดตอนแล้วราชาจับได้

เคยได้ยินประโยค หนังเหนียวหรือกระดูกชิ้นโตหรือป่าว สำนวนพวกนี้ใช้ล้อกับพวกที่มีประสบการณ์เยอะๆ

สิ่งนี้แหละที่ทำให้เนื้อปลานั้นมีที่ยึดเกาะที่แน่นและทนขึ้น

 

เจ้าชายย้อยฟังพระราชาเสร็จก็รีบจดใส่สมุดบันทึก ตอนนี้เจ้าชายย้อยก็รู้แล้วว่าสิ่งใดที่จะทำให้เจ้าชายย้อยกลายเป็นพระราชาได้

 

และเหมือนเดิมตามประเพณีของนิทานก็ติดปิดด้วยประโยคที่ว่า

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ประสบการณ์ทำให้หนังเหนียวขึ้นส่วนตายยากด้วยหรือไม่นั้นอันนี้ไม่รู้เนื่องจากในสมุดเจ้าชายน้อยไม่ได้มีเขียนเอาไว้

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่ เจ้าชายย้อยกับดาว 1616C (เรื่องและภาพโดยคิมย้วยเพื่อนเจ้าชายย้อย)

  1. Kris พูดว่า:

    ลาออกจากงานเหอะพี่

  2. Chalida พูดว่า:

    อืม เห็นด้วยน้องจุ๊บ
    ลาออกจากงาน มาทอดปลาขายท่าจะรุ่งนะน้องคิม
    อิ อิ อิ
     
    ปล. ปลายปีถ้ามาเที่ยวจริงพี่จะวางแผนทริปใหญ่แล้วนะ
     

  3. Chalida พูดว่า:

    อืม เห็นด้วยน้องจุ๊บ
    ลาออกจากงาน มาทอดปลาขายท่าจะรุ่งนะน้องคิม
    อิ อิ อิ
     
    ปล. ปลายปีถ้ามาเที่ยวจริงพี่จะวางแผนทริปใหญ่แล้วนะ
     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s