ต้นไม้ใต้โลก

pocket book
 
ก่อนอื่นเลยคงต้องบอกก่อนว่า โครงการนี้ความจริงไม่ได้คิดขึ้นมาเอง
แต่ได้เอาแนวคิด (ต้องเรียกว่าลอกมาเลยมากกว่า) จากหนังสือเล่มหนึ่ง
และเพื่อเป็นการให้เกียรติ เลยขอเอาหนังสือเล่มดีๆเล่มนี้มาพูดเป็นเรื่องแรก
 
ต้นไม้ใต้โลก
 
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า "ต้นไม้ใต้โลก" เขียนโดย พี่ทรงกลด บางยี่ขัน
หากพูดชื่อนี้บางคนคงรู้จักในฐานะ บก. aday คนปัจจุบัน
เป็นหนังสือที่รวบรวมแนวคิดดีๆ 100 อย่าง เพื่อโลกที่ดีขึ้น
เล่าเรื่องในลักษณะสั้นๆ เข้าใจได้ง่าย ตามภาษาผู้ชายอุ่นๆ
และต้องทึ่งทุกครั้งในไอเดียแต่ละอย่าง
ที่แปลก แหวกแนว บ้าบิ่นในบางครั้ง คิดในมุมกลับที่นึกไม่ถึง
ขนาดอ่านไปอาจเผลออุทานได้ว่า "เฮ้ยคิดได้ไงวะ"
 
จนบางทีต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ถ้าบางสิ่งมันทำได้ง่ายๆ
ทำไมเราไม่ทำตั้งแต่แรก หรือบางทีเพียงแต่เราไม่ได้คิด
คิดที่จะทำจริงจัง ให้สมองมันเดินเพื่อคนอื่นบ้าง มากกว่าเพื่อตนเอง
 
บางเรื่องเราก็นึกไม่ถึงว่ามันจะมีผลกระทบด้วย
จุดเล็กๆบางที ก็อาจกระทบถึงดวงดาว
 
อย่างเช่นเรื่อง "ดาว Town"
 
เราคงเคยได้ยินการรณรงค์ให้ปิดไฟมากมาย
โดยให้ปิดหลอดไฟที่ไม่จำเป็น
ซึ่งเหตุผลที่ได้ยินส่วนใหญ่คือการประหยัดไฟ
 
แต่รณรงค์ก็เป็นได้แค่รณรงค์
ความคิดของคนบางคนก็ยังคงไม่เปลี่ยน
ตราบใดที่เหตุผลยังคงมีแค่ประหยัดไฟ
และยังเห็นว่ากระทบต่อแค่เงินในกระเป๋าเท่านั้น
 
แต่ไม่ใช่กับคนๆนี้
เจนิค ฮอลแลนด์ นักดาราศาสตร์แห่งหอดูดาวโคเปอร์นิคัส
ผู้ที่ออกมารณรงค์ให้คนปิดไฟเพราะปัจจุบันมีแสงมากเกินไปในยามค่ำคืน
 
ฟังไม่ผิดหรอกครับ เขามารณรงค์เพราะแสงมากเกินไปในยามค่ำคืน!!!
 
แสงมากไปแล้วจะเกิดไร? บางคนอาจจะคิดอย่างนั้น
มีผลกระทบมากมายที่เรานึกไม่ถึงเลยละครับ
อาทิ ทำให้มนุษย์เราไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน
ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาสายตาเสื่อมลง, นอนไม่หลับ
และทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
 
หรือแสงไฟบนตึกจะไปรบกวนการอพยพย้ายถิ่นฐานของนก
เพราะแสงไฟจะไปบดบังแสงจากดวงดาวที่นกใช้นำทาง
ทำให้หลงทางและร่วงลงมาตายเนื่องจากความเหนื่อยล้า
 
แต่เหตุผลอีกอันหนึ่งที่เขายกมารณรงค์ครั้งนี้
คือ เราเห็นดวงดาวไม่ชัดเหมือนเดิม!!!!
นั้นล่ะครับเป็นสาเหตุที่เรามองดูดาวในเมืองจะเห็นดาวน้อยนิด
เมื่อเทียบกับไปนอนดูดาวบนภูเขา หรือบนท้องทะเล
 
ท้องฟ้าที่มืดสนิทจริงๆ ในเมืองที่เราอยู่ตอนนี้แทบจะไม่มีแล้ว
ยิ่งเมืองไทยตอนนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทั้งแผ่นป้ายโฆษณา
แสงไฟยิงสาดส่องจากสถานที่ต่างๆ
ดูๆไปก็น่าเศร้าเหมือนกันนะครับ
ที่มีดาวอยู่บนฟ้า แต่กลับมองไม่ได้
 
แทบจะเป็นเวลานานแล้วที่เราชาวเมืองรวมทั้งข้าพเจ้าเอง
จะแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อดูดาว
บางทีอาจเป็นเพราะแหงนทีไร ก็ไม่มีให้ดู
จนกลายเป็นเบื่อและลืมไปว่ามีแสงดาวนับร้อยอยู่บนฟ้า
 
แต่ เจนิค ฮอลแลนด์ ไม่ใช่คนที่ยอมง่ายๆ เหมือนชาวโลกคนอื่น
สุดท้ายการรณรงค์ของเขาประสบความสำเร็จ
รัฐบาลเชค ได้ออกกฏหมายบังคับมลภาวะทางแสงขึ้นมา
ให้หลอดไฟทุกดวง ต้องมีการติดตั้งที่บังแสง
เพื่อบังคับให้แสงตกลงมาด้านล่างเท่านั้น
รวมทั้งไฟจากป้ายโฆษณาด้วย
และกฏหมายครั้งนี้ก็ส่งผลกระจายไปยังประเทศข้างเคียงอีกด้วย
 
น่าอิจฉาชาวเชคจริงๆนะครับ
ที่จะมีดาวกลับมาให้ดูอีกครั้ง
ขณะที่มองกลับมายังประเทศตัวเอง….เฮ้ออออ ทำได้แค่นี้ครับ
 
ขอยกตัวอย่างแค่เรื่องเดียวนะครับ เดี๋ยวเจ้าของหนังสือจะว่าเอาได้
หากอยากลองอ่านตัวอย่างจากหนังสือเล่มนี้
มีให้อ่านประมาณห้า หก เรื่องเป็นน้ำจิ้มเรียกน้ำย่อย
ถ้าไม่สะใจก็หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปได้เลย
หนังสือดีๆเล่มนี้ น่าซื้อเก็บไว้ครับ คุ้มค่าเงินที่จ่ายไปแน่นอน
 
แต่หากอ่านหนังสือจนจบ แล้วอารมณ์ค้างอยากอ่านความคิดดีๆต่อ
ทางพี่ทรงกลดแกก็มี Blog ของแกเองเพื่อกระจายข่าวความคิดดีๆต่างๆ
พี่แกบอกว่ารอเล่ม 2 ออกไม่ไหว กว่าจะออกใช้เวลานานเกินไป
สู้เขียนในเวป ให้ได้อ่านกันเลย จะเร็วกว่า
แถมอัพกันแทบจะทุกสัปดาห์ นับถือพี่แกจริงๆ
 
บางทีการปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวที่ช่วยโลกได้
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยู่ข้างใต้โลกที่เราอยู่
รอให้ขุดค้นขึ้นมา เพื่อให้แพร่กระจายเมล็ดพันธุ์บนโลกใบนี้
ต้นไม้แห่งความคิดดีที่จะถูกปลูกในใจทุกคนที่ได้สัมผัส
แค่มีความคิดที่จะช่วย บางทีแค่นี้ก็อาจจะเพียงพอแล้ว
ต่อโลกใบนี้ โลกที่มีต้นไม้ใต้โลก
1st idea
   
ข้อความนี้ถูกเขียนใน รัก(ษ์)ษาโลก คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s