วิ่งมาล้าทอน

Picture1
 
 
ข้าพเจ้าไปวิ่ง mini marathon มาเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว
(พึ่งมีเวลามาเขียน เฮ้อออ)
ระยะทางอ่ะเหรอ เด็กๆ ก็แค่สิบกิโลถ้วนเท่านั้น
ตกแล้วก็วิ่งรอบสนามบอลยี่สิบห้ารอบ เท่านั้นเอง -_-ll
เป็นงานวิ่งของบริษัทเพื่อสุขภาพของพนักงานหรือหากมองอีกมุม

ถ้าพนักงานสุขภาพดี โรงงานจะได้จ่ายเงินค่าพยาบาลน้อยลง
(ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงสำหรับตอนนี้ของเหล่ามนุษย์เงินเดือน)

 
เนื่องจากเหตุผลการร่วมงานนี้เกิดมาจากกการโดนบังคับ
หัวหน้าไป ลูกน้องจึงต้องเกณฑ์ๆ ไปตามกัน
จึงคุยกับพี่ๆที่อยู่แผนกเดียวกันบนรถขณะไปร่วมงานกันว่า
เออ วิ่งเอาพอขำๆ ไปเอาเสื้อแจกฟรีแล้ววิ่งเป็นพิธีซักแปดรอบ
ที่เหลือก็แอบแว่บออกมา นั่งพักกันริมสนาม
ไม่ต้องไปวิ่งขนาด 25 รอบ เพื่อเอาเหรียญทองหรอก
(มีเหรียญแจกสำหรับผู้วิ่งได้ 25 รอบ ในเวลา 1.30 ชม)
 
เนื่องจากเป็นงานใหญ่ของบริษัทที่ทุกบริษัทมาเจอกัน
คนเลยมากมายถล่มทลายมาก ดูๆน่าจะเกินสามร้อยคนได้
ทำให้อดเสื้อกันถ้วนหน้าเพราะมาช้า เนื่องจากเสื้อไม่พอ
เป็นอันว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้หมดสิ้นกันแล้ว
 
แต่สุดท้ายพวกเราก็เข้าร่วมงาน เนื่องจากมาถึงสนามแล้ว
จะไม่วิ่งก็กระไรอยู่ เลยกลายเป็นพวกเสื้อสีประหลาดกัน
ใส่กันไม่ซ้ำสีลงมาวิ่ง ขณะคนอื่นเป็นเสื้องานกันหมด
เอาวะ คิดในใจ ไหนๆก็อยู่บนลู่วิ่งแล้ว
แปดรอบขำๆ แป๊บๆ
 
แต่พอเริ่มงานเท่านั้นแหละ ไม่รู้เรี่ยวแรงมาจากไหน
ประมาณเห็นคนอื่นวิ่งร่วมร้อย กูจะไม่วิ่งก็กระไรอยู่
เข้าใจคำว่าจิตวิทยาหมู่ด้วยตัวเอง ก็วันนี้เอง
 
วิ่งแบบ non-stop ซัดเข้าไป 8 รอบรวดแบบไม่มีเดินพัก
แถมไหนหัวไม่ได้คิดไรเลย ไม่มีความเหนื่อย
มีแต่วิ่งๆ ๆ ๆ เพราะเห็นคนอื่นวิ่ง
 
จนมารอบที่ 8 นี่แหละที่เห็นคนอื่นเริ่มเดิน เริ่มแยกไปพัก
จึงค่อยฉุกคิดขึ้นได้ว่า ตอนนี้ตรูเหนื่อยนี่หว่า
เลยเปลี่ยนมาเป็นเดินแทนรอบหนึ่งเพื่อพัก
 
มาตรงนี้เมื่อย้อนกลับมาดู มันก็บอกไรได้ดีเหมือนกัน
คนเราถ้าไม่มีคู่แข่ง ก็ย่อมไม่เกิดความพยายาม
ไม่ว่าจะเป็นการพยายามที่จะให้ดีกว่าคนอื่น
หรือพยายามที่จะไม่ให้ตัวเองหลงฝูงก็ตาม
และสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นได้ คือสมาธิ
สมาธิไม่ว่าจะเป็นทางดีหรือร้าย กลับมอบพลัง
พลังแห่งความมุ่งมั่นมาให้เรามากมาย
จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำอยู่ตรงนี้ ขณะนี้ ไม่ให้หลุดไปคิดอย่างอื่น
 
จนกระทั่งเห็นคนอื่นหยุด สมาธิจึงค่อยหาย
จากกที่จับอยู่แต่การวิ่งแต่เพียงอย่างเดียว
ก็กลับไปจับที่ความเหนื่อยและความล้าแทน
 
แต่ข้าพเจ้าก็เดินแค่หนึ่งรอบเท่านั้น แล้วก็วิ่งต่อไป
ไมคนอื่นยังวิ่งต่อได้ แล้วไมข้าพเจ้าจะวิ่งไม่ได้
นึกก็น่าขำ เพราะพวกพี่ๆที่สัญญาจะวิ่งแค่แปดรอบ
ยังเห็นวิ่งกันอยู่เลย แถมสีหน้าจริงจังกันอีกต่างหาก
 
เอ้าฮึบ เรียกแรงกันอีกรอบนึง ออกวิ่งกันใหม่
เหมือนคนเราที่เหนื่อยได้ แต่อย่าหยุด
ท้อได้แต่อย่าถอย (ไมกรู M150 มากขนาดนี้)
 
ให้ทายครับว่าผมวิ่งได้เท่าไหร่ในวันนั้น
รวมแล้ว 22 รอบครับ ตกแล้วก็ 8.8 กิโล
โอ้เกิดมาไม่เคยวิ่งไล่วัวไล่ควายมากขนาดนี้มาก่อน
วิ่งไปซัก 18 รอบ เดินอีก 4 รอบ
 
แต่เดี๋ยวกำพืดเดิมที่เป็นคนดีอยู่แล้ว
แอบให้กรรมการโกงให้ไปสามรอบ 
กลายเป็น 25 รอบ ขึ้นไปรับเหรียญถ่ายรูปหน้าตาเฉย
ภูมิใจๆ มาก 555
 
แต่สุดท้ายหลังจากวิ่งเสร็จ กลับมานั่งคิดกับตัวเอง
แล้วก็ได้ว่า บางทีการตั้งเป้าหมายกับชีวิต
และทำให้สำเร็จ มันก็สนุกดีไม่หยอกเนาะ 

_MG_5263

06112008(004)

 

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ วิ่งมาล้าทอน

  1. Chalida พูดว่า:

    พอร่างกายแข็งแรงแล้วก้อทำให้ จิตใจดีด้วยนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s