รัก รัก รัก

หมายเหตุ มี Spoil มากมาย โปรดอ่านด้วยความระมัดระวัง
 
อยู่ๆก็นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากเขียนเรื่องความรักบ้างซะงั้น หลังจากที่ห่างเหินกับมันมานานพอสมควร อาจเป็นเพราะพักนี้ดูซีรีย์ญี่ปุ่นรักร้ากกกก หนังก็ยังรักอีก แถมแต่ละเรื่องก็ถึงขั้นสนุกมากๆๆๆ ดีมากๆๆๆ ด้วย อย่างน้อยก็กระทบใจเราที่ขาดความรักมานานแล้วอ่ะนะ
 
1. เรื่องแรกโนดาเมะจัง เรื่องนี้เพ็ญ Recommend อย่างแรง ประกอบกับพี่วุธมีเรื่องนี้พอดี ก็เสร็จข้าน้อยซิครับ ต้องรีบยืมมาดู
 
เป็นเรื่องของสาวน้อย บ๊อง บ้า บวม เพี้ยน ซกมก แต่กลับมีพรสวรรค์ในการเล่นเปียโนขั้นเทพ กับท่านชายชิอากิ ชายสุด perfect ในโรงเรียนดนตรี และเรียนแผนกเปียโนเดียวกับโนเดเมะ แต่ใจจริงอยากเป็น conductor ให้กับวงออเครสตา
 
มีตอนนึงที่ข้าพเจ้าชอบ อยู่ๆโนดาเมะก็เกิดเล่นเปียโนโดยที่เธอไม่เข้าใจตัวเธอเอง ทำให้เพลงที่ออกมาขาดอารมณ์และความหมาย จนอาจารย์ถามโนดาเมะว่า "เธออยากเล่นดนตรีโชว์ในงานแสดงของโรงเรียนมั้ย" โนดาเมะกลับตอบปฏิเสธที่จะเล่น อาจารย์เลยถามต่อว่า "แล้วเธอเล่นเปียโนเพราะอะไร" หลังจากนั้นโนดาเมะก็นิ่งไป พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา เธอไม่สามารถตอบคำถามให้กับอาจารย์ในวันนั้นได้…
 
เธอในตอนนั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเธอคือการเล่นเปียโนคอร์แชโต้ (คือการให้เปียโนโซโล่เป็นหลักโดยมีวงออเครสต้าคอยเสริม) คู่กับการ conduct ของท่านชิอากิเท่านั้น แต่เมื่อท่านชิอากิเริ่มห่างออกจากชีวิตเธอ กลับทำให้เธอไม่สามารถเล่นได้อีกต่อไป แต่ด้วยลูกบ้าขนาดหนักที่ต้องการคุยกับตัวเองจริงๆ และถามตัวเองว่าต้องการอะไรกันแน่ เธอก็ได้พบคำตอบนั้น
 
คำตอบของเธอคือ เธอต้องการให้คนฟังเพลงที่เธอเล่นมีความสุข แค่คนฟังมีความสุขเธอก็จะมีความสุขไปด้วย และนั้นก็เป็นเหตุผลที่อาจารย์เธอเคยถามไว้ ถ้าเราไม่เล่นให้คนอื่นฟังแล้วเราจะทำไปทำไม และหลังจากนั้นเพลงของเธอที่ออกมา ก็เป็นเสียงเพลงที่มีสีสัน มีอารมณ์และความเข้าใจในบทเพลงที่ผู้แต่งต้องการจะสื่อ โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสุข
 
น่าแปลกที่พอเราย้อนเอาคำถามนั้นมาถามตัวเราเองบ้าง เราก็กลับตอบมันไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆว่าเราทำงานเป็นวิศวกรเพราะอะไร เราอยากที่จะเห็นไรในงานที่เราจะทำ แต่ที่แน่ๆตอนนี้มันคงไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสุข เห็นทีเราคงต้องลองสู้กับตัวเองแบบโนดาเมะบ้าง เราก็อยากที่จะทำอะไรเพื่อให้คนที่มาสัมผัสกับงานเรามีความสุข เพียงแต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
ที่จะมีเสียงเพลงในชีวิตบรรเลงโดยมีเมโลดี้ที่มีชื่อว่าความสุขอยู่ในนั้น แต่ยังไงเราก็ไม่ยอมแพ้โนดาเมะหรอกนะ
 
2. เรื่องสาวปลาแห้ง อันนี้เห็นชื่อเสียงมานานแล้วว่าสนุกมากๆ ดีหนักหนาเลยลองหาซื้อมาดูบ้าง ซึ่งต้องขอบคุณพี่วุธอีกครั้งที่อุตส่าห์ไปซื้อมาให้พร้อมกับไรท์โนดาเมะภาคพิเศษมาให้อีก
 
สาวปลาแห้งเป็นเรื่องของโฮโตรุ สาวผู้ทำงานออฟฟิศจะกลายเป็นสาวสวยธรรมดาคนนึงแต่พอเลิกงานปั๊บเธอจะรีบพุ่งตรงกลับบ้านของเธอทันที และเปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดย้วยๆขาดๆ กับกางเกงวอร์มแบบที่ใส่วิชาพละ ผูกผมจุกและก็นั่งกินกรึ้บเบียร์กลิ้งเกลือกในบริเวณบ้าน โดยไม่สนจะไปแวะเกี่ยวหลังเลิกงานกับเพื่อนร่วมงานใดๆทั้งสิ้น พร้อมๆกับที่เธอไม่สนใจที่จะมีความรักด้วย ใช้ชีวิตแห้งเหี่ยวไปวันๆเหมือนปลาแห้ง และเรื่องยิ่งอลวนไปอีก เมื่ออยู่ๆเจ้านายในที่ทำงานของเธอมีเหตุให้ต้องมาอยู่บ้านเดียวกับเธอได้ และได้เห็นสภาพโฮตารุแบบปลาแห้งสุดๆ จนเจ้านายเรียกเธอว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง วัยของผู้หญิงในตัวเธอหมดไปแล้ว
 
แต่เรื่องไม่หมดแค่นั้น เมื่ออยู่ๆมีพนักงานใหม่เข้ามาและโฮตารุก็เกิดชอบและคิดจะมีความรักขึ้นมาอีกครั้งหลังจากปิดตายมานาน ซึ่งระหว่างการฝ่าฝันอุปสรรคด้านความรักก็ได้เจ้านายของเธอเนี๊ยะแหละเป็นคนสอนให้ตลอด จนจากที่เป็นคนไม่เคยเข้าใจความรักเลยกลายเป็นมีความรักกับคนที่เธอชอบได้
 
มีตอนนึงในช่วงใกล้จบโฮตารุเลือกที่จะออกจากบ้านที่อยู่ด้วยกันกับเจ้านายเพื่อไปอยู่ด้วยกันกับแฟน บ้านที่มีระเบียงบ้านให้นอนเกลือกกลิ้งพร้อมกรึ้บเบียร์ และที่สำคัญบ้านที่มีหัวหน้าคอยให้เธอปรึกษาได้ในทุกๆเรื่อง และเข้าใจในทุกๆอย่างที่เธอเป็น และเธอก็สามารถเป็นตัวเธอได้อย่างเต็มร้อยเมื่ออยู่ที่บ้าน
 
ก่อนออกจากบ้าน หัวหน้าของเธอได้บอกกับเธอว่า ระเบียงบริเวณนี้จะเป็นของเธอเสมอ แม้ว่าบ้านนี้จะถูกทุบไป ที่ตรงนี้ก็จะเป็นของเธอ หลังจากพูดจบ โฮตารุก็จากไป
 
แต่การอยู่กับแฟนของโฮตารุไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เธอคิด เธอจะคิดเสมอว่าประตูห้องแฟนเธอเป็นประตูที่หนักอึ้ง และเธอต้องใช้พลังกายและใจอย่างมากเพื่อที่จะเปิดประตูนี้ไปพบแฟนเธอในห้อง เธอผู้ไม่สามารถสดใสและเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพราะคิดอยู่เสมอว่าจะทำไงให้แฟนเธอชอบ
 
บางทีคนที่ทำให้หัวใจเราสั่นเมื่ออยู่ใกล้ ก็อาจเป็นคนที่ไม่ใช่ได้ บางทีคนที่ใช่คือคนที่ยอมรับและรักเราในแบบที่เราเป็น แบบที่เราสามารถเผยด้านแย่ๆทุกๆอย่างในชีวิตได้โดยที่ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ และหัวหน้าเธอก็คือคนๆนั้น คนที่ส่งข้อความมาบอกว่า "ฉันรักเธอในแบบที่เธอเป็น"
 
โฮตารุเลือกที่จะกลับไปบ้านหลังนั้นอีกครั้ง เพื่อรอพบกับหัวหน้า และทันทีที่หัวหน้าพบกับเธออีกครั้ง เขาก็รีบพาเธอกลับไปนั่งบนระเบียง บริเวณเดียวกับที่เขาและเธอเคยนั่งด้วยกัน เธอนั่งฝั่งขวา หัวหน้านั่งฝั่งซ้าย ครั้งนี้หัวหน้าพูดอีกครั้งนึงว่า "ที่ตรงระเบียงนี้มันเป็นของเธอ" และพูดเพิ่มอีกว่า …… "มันจะเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น"
 
ว่าไปชีวิตของเราก็จัดได้ว่าเป็นหนุ่มปลาแห้งแล้ว ห้องคือที่ๆแสนวิเศษสำหรับตอนนี้ กลับไปก็ใส่เสื้อยืดย้วยๆเก่าๆอายุ 5 ปีอัพ (ก็มันสบายนิ) กับกางเกงขาสั้นและก็นั่งกลิ้งๆนอนๆบนเตียงแสนสุข พร้อมกับสภาพห้องที่วินาศสันตะโรไปแล้ว (โอ๋เคยบอกว่าเป็นห้องเก็บของแม่บ้าน -_-ll หลังจากนั้นก็ไม่เข้ามาอีกเลย) และที่สำคัญความรักที่เราไม่เคยคิดจะมีมานาน วันนี้ก็ลองนั่งคุยกับภาวินับเวลาไปๆ มาๆ ก็ 8 ปีแล้ว ที่ปิดใจตัวเองไป นานมากจนแทบนึกสาเหตุไม่ออกว่าเพราะอะไร ไล่ๆไปจึงค่อยจำได้ว่าเราเคยทำให้คนรักของเราต้องเสียใจมากๆ จนเราไม่อยากมีความรักอีก ไม่อยากทำให้ใครต้องเจ็บอีกแล้ว
 
แต่บางทีเราลองมีความรักอีกทีมันก็อาจจะไม่เลวนะ ขอแค่คนที่รักเราในแบบที่เราเป็นและเราก็สามารถเป็นเราในแบบที่เราเป็นได้ มันก็น่าจะดีไม่น้อย ยังจำได้ถึงเมื่อก่อนที่ต้องตะเวนหาซื้อบัตรโทรศัพท์เพื่อที่จะใช้กับโทรศัพท์สาธารณะที่มีอยู่ตู้เดียวแถวบ้าน แถมรับบัตรอย่างเดียว และเราก็ไม่อยากโทรโดยใช้โทรศัพท์บ้าน ก็นะความลับระหว่างเราสองคนนิ ยังจำได้ถึงพลังอันมากมายและล้นเหลือที่มาจากไหนก็ไม่รู้ที่ทำให้เราต้องตะเวนไปทั่วเมืองเพื่อหาซื้อบัตรโทรศัพท์ให้ได้เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่บัตรจะเลิกใช้กันแล้ว อ้าบางทีการมีความรักอีกที มันก็น่าจะช่วยเติมพลังให้กับเราได้นะ
 
อืมมม แต่มานั่งคิดๆดู
 
ไม่เอาดีกว่า 555 ขอเป็นปลาแห้งไปก่อนแล้วกันนะ เราก็มีความสุขในแบบปลาแห้งแบบนี้อยู่แล้ว
 
3. เรื่องความจำสั้น แต่ไอ้นั่นฉันยาว (มุขๆอย่าตกใจกับชื่อหนัง) จิงๆต้องเป็นความจำสั้น แต่รักฉันยาว
 
เพิ่งดูวันนี้เอง เป็นหนังที่ดีมาก ขอไม่เล่าเนื้อเรื่องแล้วกันนะเพราะคาดว่าคงมีคนตั้งใจไปดูเยอะ ไม่เหมือนซีรีย์สองเรื่องแรกที่คนดูถ้าไม่สนใจจริงๆคงหาดูได้ยาก
 
ชอบอยู่ตอนหนึ่งที่คุณลุงแกพูดว่า "ไม่มีคำว่าลืมหรอก มีเพืยงแต่ลืมช้าหรือลืมเร็วก็เท่านั้นเอง"
 
นั้นซินะ มีเพียงแค่ลืมช้าหรือลืมเร็ว ก็เท่านั้นเอง บางทีความรักในอดีตที่ผิดพลาดของเรามันเป็นประเภทลืมช้าที่กำลังถูกลืมเลือนอย่างช้าๆ ก็เท่านั้นเอง และบางทีหากลืมไปได้หมด เราก็อาจมีความรักขึ้นมาอีกครั้งก็ได้
 
 
 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s