ลาตรีสวัสดิ์

 
 
วันนี้แล้วซินะที่เราจะได้เจอกับคนคนนั้น
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมสี่เดือนแล้ว
ระยะทางจากเมืองไทยกับญี่ปุ่นมันช่างไกลห่างกันเหลือเกิน
 
จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าจะไม่ได้เจอกับเธออีก
จะไม่ได้พบกับรอยยิ้มที่ยิ้มที ตาจะหยีตามไปด้วย
แต่ก็ทำให้เรามีความสุขทุกครั้งกับรอยยิ้มอันนั้น
โดยเฉพาะตาหยีๆ ที่แสนจะกวนโอ๊ย
 
เวลาคุยกับเธอทีไร เรามักจะกัดกันอย่างไม่ยอมลดละ
เธอไม่ยอม เราก็ไม่ยอม แต่ก็กัดกันแบบตาหยีๆ
หยีกันไปกันมา จนเราชอบเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
 
เราไม่รู้ว่าเธอจะชอบเราเหมือนกันหรือป่าว
เพราะเราเรียนมาแต่ว่าเวลาชอบใครให้มองตาคนคนนั้น
ถ้าเธอชอบเรา ตาดำเธอจะขยาย
แต่เนื่องจากเราและเธอต่างตาหยีด้วยกันทั้งคู่
 
เราเลยไม่รู้ว่าเธอชอบเราหรือป่าว
และเราก็คิดว่าเธอก็คงไม่รู้ว่าเราชอบเธอหรือป่าวเหมือนกัน
 
สุดท้ายเราเลยต้องจากเธอมาทั้งตาหยีๆ
ที่พยายามเอาหนังตาตัวเอง
มาปิดความรู้สึกที่อยากบอกเธอเอาไว้
 
แต่สุดท้ายเราก็มีโอกาสที่จะได้มาญี่ปุ่นอีก
และครั้งนี้เราตั้งใจพกความกล้า
ที่จะแบกหนังตาหยีๆขึ้นมา และเผยแววตาของเราให้กับเธอ
 
หลังจากที่จัดการนัดแนะกันทางอีเมล์มาร่วมเดือนกว่า
เธอรู้มั้ยว่าเราถ่างตารออีเมล์ตอบกลับจากเธอทุกครั้ง
แต่เธอกลับให้เพื่อนของเธอตอบเมล์กลับมาทุกครั้ง
จนบางทีเราอยากหลับตาแทน และขอนั่งคิดซักพัก
ว่าเธอคิดกับเราเหมือนกันหรือป่าว…..
 
อีเมล์ฉบับสุดท้าย เธอตอบตกลงที่จะนัดเจอกับเราในวันนี้
เราตกลงที่จะมาเจอกันคนละครึ่งทาง
เธอมาจากฝั่งตะวันตก ส่วนเรามาจากฝั่งตะวันออก
 
เราไม่แน่ใจว่าเธอเลือกที่จะฉายแสงต่อไป
หรือว่าจะหยุดเหมือนพระอาทิตย์ตก
แต่สำหรับเรา เราเลือกที่จะเป็นพระอาทิตย์ที่สดใสยามเช้าตลอดไป
แม้จะไม่มีผู้คนที่จะอยู่คอยรับแสงแดดจากเราแล้วก็ตาม
 
เรานั่งรถไฟไปพร้อมกับหนังตาหยีๆและแววตากลมโต
และเธอก็คงนั่งรถไฟไปพร้อมกับหนังตาหยีๆ เหมือนกัน
แต่เราไม่แน่ใจว่าจะมีแววตากลมโตมาด้วยหรือป่าว
 
เราออกมาจากสถานีรถไฟทางฝั่งทิศใต้
ส่วนเธอกำลังรอเราอยู่ที่ทางออกฝั่งทิศเหนือ
 
ขณะเราก้าวขาไปแต่ละก้าว เพื่อใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นอีกก้าวนึง
ความกล้าของเราเองกลับเดินถอยหลัง และหนีห่างเจอเธอไปก้าวนึง
จนขาของเราเดินมาเจอขาของเธอ
แต่ความกล้าของเรากลับไม่มาหาเธอ
 
เราเลยคุยกับเธอด้วยตาหยีๆเหมือนเดิม
ส่วนเธอก็คุยกับเราด้วยตาหยีๆเหมือนเดิม
ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยจากเมื่อสี่เดือนก่อน
เราและเธอต่างก็ตาหยีๆเหมือนกัน
เพียงแต่มีแววตาของเราที่โตขึ้น และซ่อนอยู่หลังหนังตาหยีๆ
 
เราทักเธอว่ามีแฟนหรือยัง
และรอคอยฟังคำตอบโดยใช้ตาหยีๆปิดไม่ให้เธอรู้
ว่าเรา แอบชอบเธออยู่
 
เธอตอบว่ายัง และถามเรากลับ
เราตอบว่ายัง เหมือนกัน
เธอถามว่าทำไม
เราตอบว่าไม่รู้ และถามเธอกลับ
เธอตอบว่าไม่รู้ เหมือนกัน
 
เราและเธอ ยังคงตาหยีด้วยกันเหมือนเดิม
พร้อมๆกับการเจอกันที่ใกล้จะหมดลง
 
ขณะเราก้าวขาไปแต่ละก้าว เพื่อห่างกับเธอมากขึ้นอีกก้าวนึง
ความกล้าของเราเองกลับเดินหน้าเข้ามา และใกล้กับเธอไปก้าวนึง
จนขาของเราเดินจากขาของเธอ
แต่ความกล้าของเรากลับมาหาเธออีกครั้ง
 
ขณะเธอกำลังเดินขึ้นฝั่งรถไฟที่ไปทางตะวันตก
ส่วนเรากำลังเดินขึ้นฝั่งรถไฟที่ไปทางตะวันออก
 
เราอยากกล่าวคำสุดท้าย….. รวมทั้งความกล้าครั้งสุดท้าย
ก่อนที่จะไม่ได้เจอเธออีก เพื่อบอกกับเธอว่า
 
"โอยาสึมินาไซ" (ราตรีสวัสดิ์)
 
เรากล่าวได้เพียงเท่านี้ พร้อมกับยิ้มตาหยีๆใส่เธอ
ส่วนเธอก็ยิ้มตาหยีๆใส่เรา
 
เราไม่รู้ว่าเธอแววตาโตขึ้นหรือป่าว
แต่กับเรา เรารู้สึกว่ามีน้ำตามันคลอเต็มแววตาโตๆของเรา
 
ลาตรีสวัสดิ์
 
 
 
 
 
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ ลาตรีสวัสดิ์

  1. Chalida พูดว่า:

    หยีแล้วยังป๊อดดดอีก….ม่ายล่ายลั่งจายเลย อาคิม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s