พา-rent

 
 
                                                                                                                                    ภาพ: Banksy
ข้าพเจ้าไปญี่ปุ่นทีไรก็มีแต่เรื่องชื่นบานใจทุกที แต่กลับมีสิ่งนึงที่เห็นทีไรก็เซ็งแทนทุกทีเหมือนกัน
ที่เซ็งเพราะเห็นบรรดาคนแก่ๆ คุณลุงคุณป้า มานั่งทำงานบริการกันอยู่
หากเป็นคุณลุงก็ใส่สูทขับแท็กซี่ คุณป้าก็มาเป็นพนักงานขัดห้องน้ำทำความสะอาด
ลองมาทำที่บ้านเราดิ คงโดนคนแอบด่าว่าลูกมันเป็นใครปล่อยให้พ่อแม่มาขัดห้องน้ำ
แต่จะว่าไปประเทศที่ประกาศตัวเองป่าวๆว่าเจริญแล้ว อย่างฮ่องกง สิงค์โปร์
ข้าพเจ้าก็เห็นบรรดาคนแก่ๆ ที่ต้องมาทำงานขัดห้องน้ำกันอยู่
อาจเป็นเพราะคนของเขามีการศึกษาที่ดีพร้อมจนเลยคุณสมบัติที่จะมาทำงานบริการกันแล้ว
ส่วนคนที่ยังเข้าเกณฑ์อยู่ ก็คือพวกไม้ใกล้ฝั่งที่บริษัทไม่เอาแล้ว จนต้องมาเลือกอาชีพนี้แทน
 
แต่จริงเหรอที่คนแก่ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนอกจากขัดห้องส้วมกับขับแท็กซี่
น่าเสียดายที่ประเทศอย่างญี่ปุ่นกลับไม่มองเห็นและคิดว่าเป็นภาระต่อรัฐบาลมากกว่า
แต่ประเทศอย่างโปแลนด์กับไม่คิดอย่างนั้นครับ
 
เขามองว่าคนแก่มีคุณสมบัติอย่างนึง ที่ยังไงๆ คนหนุ่มสาวก็ไม่มีและถึงมีก็คงสู้ไม่ได้
พอจะเดาๆกันออกมั้ย เฉลยให้ก็ได้มันคือ ความรักและความอบอุ่นไงครับ
เวลาเราอยู่ใกล้คนแก่ๆทีไร อย่างแรกเลยที่มองเห็นคือรอยยิ้มที่ทำให้พวกเราอบอุ่นหัวใจได้ทุกครั้ง
ความปราถนาดีและเป็นห่วง ที่หวังจะให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับรุ่นลูกรุ่นหลาน
โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ที่เรามักเห็นกันว่าคุณปู่คุณยายชอบที่จะเลี้ยงหลานกันขนาดไหน
 
รวมทั้งตัวเด็กๆเอง ต่างก็ต้องการที่จะมีผู้ใหญ่ที่คอยเล่นกับตน คอยเล่านิทานให้ฟัง ทำขนมให้กิน
 
มหาลัย Silesia มองเห็นจุดๆนี้ เลยจัดตั้งโครงการ " rent -a – grandparent " ขึ้นมาซะเลย
โดยโครงการนี้จะนำคนแก่ที่ไร้บุตรหลานมาจับคู่กับบ้านที่ปราศจากคุณตาคุณยาย มาเจอกัน
พูดง่ายๆได้ว่า หาบ้านที่อยากจะเช่าคุณตาคุณยายไปอยู่เป็นเพื่อนกับบรรดาลูกๆของเขา
 
มันเป็นโครงการที่เรียกได้ว่า Win-Win ทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายนึง ได้รับความรักและความใส่ใจ ส่วนอีกฝ่ายก็ได้รับความอบอุ่นของสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวกลับมา
เรียกได้ว่า เรียกรอยยิ้มได้ทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียว
รวมทั้งเด็กที่อยู่ในโครงการนี้ เราก็เชื่อว่าเขาจะโตเป็นเด็กที่ดีในวันหน้า
ส่วนคุณตาคุณยายา เราก็เชื่อว่าเขาจะมีความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิต
 
หากใครมองว่าการจ้างคนสูงอายุไปทำงานบริการ ก็ถือว่า Win-Win เหมือนกัน
คนแก่ได้อาชีพได้เงิน ส่วนเราได้การบริการไป
ข้าพเจ้าว่าคงจะไม่ใช่ เพราะคนที่ได้รับบริการ ต่างก็คงรู้สึกไม่ดีกับบริการที่ตนได้รับ
ไม่ใช่เพราะพวกคุณลุงทำงานแย่ แม้ว่าจะทำดีขนาดไหนก็ตามแต่ศีลธรรมในใจก็คงไม่สู้จะเต็มใจรับเท่าใด
 
ว่างๆ เราไปพา-rent กันบ้างมั้ยครับ
 
 
 
Kim’s Pig List
กระเป๋า Hanpu กระเป๋าที่กำเนิดมาเป็นร้อยๆปี จากประเทศญี่ปุ่น หากคิดไม่ออกว่าเป็นไง ก็นึกถึงกระเป๋าทหารแบบ
โกโบริ ผลิตมาจากผ้า canvas ที่แข็งแรงทนทาน ขนาดที่เขาเอาไปใช้ทำใบเรือกันเลยทีเดียว ที่สำคัญต้องเย็บมือเท่านั้น
เรียกว่า handmade กันตั้งแต่เริ่มตัดผ้าจนเย็บเสร็จเลยทีเดียว ที่สำคัญราคาแพงระดับสามพันถึงหมื่นบาทเลยทีเดียว
(ไอ้สามพันนี่ซื้อได้แค่กระเป๋าใบเล็กๆไว้ใส่ของจุกจิก)
 
ตอนนี้สุระยุทธกำลังบ้ามาก จนกระเป๋าหมดตัวไปหลายตังค์ ตอนนี้มีอยู่สามร้านที่ดังๆจะมานำเสนอ
 
 
ร้านแรกขายอยู่ที่ Tokyo ครับ กับร้าน inujirushi อยู่แถวๆวัดอาซาคุซะ (ที่คนไทยรู้จักกันว่าวัดโคมแดง ที่มีโคมใหญ่ๆ)
ร้านนี่สัญลักษณ์เป็นน้องหมาครับ เออลืมบอก กระเป๋า hanpu แท้ต้องมีป้ายชื่อร้านเย็บลงบนกระเป๋าด้วย
ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี่เลย คือช่องเสียบดินสอเป็นหนังเย็บติดกับกระเป๋า เสียบได้ตั้งสองแท่งแหนะ
ที่สำคัญสั่งจาก net ได้ด้วย แต่ใช้ google translate แปลเอาเองนะ สนใจเข้าเวปนี้เลย http://inujirushi.net
 
 
ร้านที่สองขายอยู่ที่ Kyoto ตรงแถว Gion (ย่านชอปปิ้งของเกียวโตเขา ที่มีพวกไมโกะมาเดินป้วนเปี้ยน)
เป็นร้านดั้งเดิมเก่าแก่ของ Kyoto ที่ขายกระเป๋า Hanpu มายาวนานที่สุดแล้ว ร้านเป็นร้านไม้สไตล์เรียบๆ
กระเป๋าเป็นแบบโกโบริโดยแท้ ที่สำคัญเขามีสโลแกนหากกระเป๋าขาดหรือเสียหาย เอามาซ่อมฟรีได้เลย
เอกลักษณ์ของร้านนี้คงเป็นสายกระเป๋า ที่แข็งแรงขนาดเอาเป็นเป็นเชือกโดดบันจี้จัมพ์ได้ กับตัวลูกเหล็ก
ครึ่งวงกลมที่รองบริเวณตูดกระเป๋า กันผ้าเสียดสีกับพื้นที่เอาไปวาง ร้านชื่อ ichizawa สนใจเข้าเวปไปดูได้
ร้านที่สาม ร้านนี้ประวัติยิ่งกว่าละครไทย ร้านนี้ชื่อ ichizawashinzaburo ขายอยู่ที่ Kyoto เหมือนกัน
และถ้าเห็นชื่อร้านเหมือนๆกับร้านที่สองก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคนที่เปิดร้านนี้เป็นลูกชายคนที่สาม
ของต้นตระกูลร้าน ichizawa ซึ่งว่ากันว่ามีพรสวรรค์ด้านการออกแบบกระเป๋า hanpu
แต่ตามธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นที่จะยกร้านให้ลูกชายคนโตสืบทอดกิจการต่อ
เจ้าลูกชายคนที่สามจึงเกิดแค้นเคืองขึ้น เลยแยกมาเปิดร้านเองซะเลย และเพื่อเป็นการสะใจ
จึงเปิดร้านติดๆกับร้านพ่อตัวเองเลย!!! เอากันเข้าไป
 
ที่สำคัญร้านนี้ Pop สุดๆ เรียกว่าหากใครไป Kyoto แล้วไม่ได้ซื้อกระเป๋าร้านนี้ ก็ถือว่าไปไม่ถึง
แถบจะเรียกลูกค้าทั้งหมดจากร้านท่านพ่อ ออกมาร้านนี้แทน
บางวันเห็นว่ากันว่า มีคนต่อแถวรอกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด และขายหมดแถบทุกวัน พระเจ้ามากก
และร้านนี้ยังยึด concept ทำที่ Kyoto หากอยากมาซื้อก็ต้องมาซื้อที่เกียวโตเท่านั้น โอ้แมนซัด
สัญลักษณ์กระเป๋าของร้านนี้คงเป็นตราประจำร้านประทับบนกระเป๋าพร้อมคำว่า Kyoto อยู่ใต้ล่าง
ใครสนใจดูในเวปนี้ http://www.ichizawashinzaburohanpu.co.jp มีกระเป๋ารายเจ้าหนูอะตอมด้วย
 
ตอนนี้สุระยุทธ มีสามใบแล้ว และใกล้จะมีใบที่สี่และห้าตามมา (หมดตัวเลยตรู)
แต่สวยจริงๆนะเฟิร์มๆ
ข้อความนี้ถูกเขียนใน รัก(ษ์)ษาโลก คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s