หัดคิด

ก่อนอื่นที่หายไปนาน เนื่องจากตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังติดซีรีย์ญี่ปุ่นขั้นรุนแรง
สั่งมาดูตอนนี้ก็เกือบจะร้อยแผ่นแล้ว (DVD อีกต่างหาก จะเอาเวลาไหนมาดูวะ)
ประกอบกับ net บริษัทตอนนี้มันดันบล็อคไม่ให้เขียน Blog ได้ช่วง จ-ศ
ก็เลยต้องมาแอบเขียนเอาช่วงพักกลางวันวันเสาร์ แทน -_-ll
 
เพราะฉะนั้นหากช่วงนี้จะเว้นวรรคนานหน่อย ก็อย่าว่ากันนะ
 
เข้าเรื่องดีกว่า หลังจากไปญี่ปุ่นมา ข้าพเจ้าก็เจอะกับความช่างคิดช่างทำ
ในทุกๆ อย่าง ย้ำว่าทุกๆอย่างจริงๆ ดังที่เราเคยรู้มาก่อนหน้านี้ ทางทีวีบ้าง หนังสือบ้าง 
แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ เออแม่งยิ่งกว่าที่ตรูเคยคิดไว้อีกวะ
 
อย่างอันแรก เคยเจอปัญหามั้ยครับ ที่เวลาวางปากกาเมจิคไว้บนตัว
อยู่ดีๆมันก็หมุนกลิ้งๆไปแล้วก็หล่นจากโต๊ะ ข้าพเจ้าโดนมาหลายทีแล้ว
อย่าได้เผลอเอามือไปโดนเชียว แต่ปากกาเมจิกญี่ปุ่นไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ
 
 
เพราะตัวปลอกปากกาเองถูกออกแบบมาให้มีเดือยแหลมๆ เล็กตรงตัวปลอกปากกา
ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเบรคไปในตัว เพราะเวลาปากกากลิ้งแทนที่จะกลิ้งได้เรียบๆปกติ
ก็กลายเป็นกลิ้งไป กึกไปตอนช่วงที่มีเดือย แค่ดัดแปลงง่ายๆแค่นี้แค่นี้ชีวิตก็สบายแล้ว
 
ต่อมาเป็นตัวกระดาษทิชชู่ครับ เวลาเราใช้ทิชชู่หมดม้วนแล้วสิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย
ก็คือเจ้าแกนกลางกระดาษ ซึ่งคงต้องเอาส่งไปนอนในถังขยะลูกเดียวหากไม่ได้มีการนำไปดัดแปลง
เป็นกล่องดินสอเหมือนงานประดิษฐ์เด็กประถม ดังนั้นคนญี่ปุ่นเขาเลยคิดว่าแล้วมันจะไม่มีได้มั้ยล่ะ
 
 
ก็เลยออกมาเป็นทิชชู่ไร้แกนครับ แทนที่จะมีแกนกลางเป็นกระดาษแข็งสีน้ำตาล
เขาก็เปลี่ยนตัวทิชชู่ตรงช่วงแกนกลางเองนั้นแหละ เอามาอัดเป็นลูกฟูกแทนเพื่อให้รับแรงได้มากขึ้น
เห็นมั้ยครับแค่เปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่ โดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรแม้แต่น้อย
ก็สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต รวมถึงผลทางอ้อมคือช่วยลดจำนวนขยะที่จะเกิดขึ้นไปได้
 
อันต่อมา เป็นเรื่องที่รู้กันว่าชาติญี่ปุ่นเป็นชาติที่ซีเรียสกะการแยกขยะมากๆ
พลาสติก ขวดกระป๋อง ขยะเผาได้ ไม่ได้ มากมายบานตะไท แถมต้องแยกห้ามปนกันเด็ดขาด
เพราะเขากำหนดวันทิ้งขยะไว้ ว่าวันจันทร์ทิ้งได้แต่ชนิดนี้นะ วันพุธได้แต่แบบนี้
ดังนั้นการแยกขยะต้องทำอย่างเคร่งครัด ไม่งั้นอาจโดนด่าได้ง่ายๆ
รวมถึงขวดน้ำพลาสติกที่มีฉลากหุ้มด้วย ถ้าเป็นบ้านเรา
ถึงจะเอาไปรีไซเคิลแต่ก็คงไม่มีใครที่ฉีกฉลากหุ้มออก เพราะหากฉีกอาจเล็บแหกได้ง่ายๆ
เพราะไม่รู้จะติดกาวเหนียวไปถึงไหน และมั่นใจว่าถ้าขวดน้ำแบบบ้านเราไปขายที่ญี่ปุ่นก็คงไม่มี
ใครซื้อ เพราะบ้านเขาต้องเน้นสะดวก รวดเร็ว ทำได้ง่าย ออกแบบแล้วต้องช่วยคนให้มากที่สุด
 
 
ที่ญี่ปุ่นเขาจะเจาะตัวฉลายเป็นเส้นปรุครับเพื่อให้ง่ายต่อการฉีกไว้ครับ
รวมถึงการไม่ติดกาวตรงหัวมุมที่จะฉีก เพื่อให้เล็บสอดเข้าได้ง่าย
แล้วก็เริ่มฉีกแกวกแกวก กันเลย สบายง่าย วิเดียวก็เสร็จ
บางทีที่คนญี่ปุ่นสามารถทำได้ขนาดนี้ เพราะผู้ผลิตเขาคิดแทนคนที่ใช้หมดแล้ว
ทำให้คนใช้สะดวกทั้งกายและใจที่จะใช้ บางทีคนไทยก็อาจจะติดนิสัยการรีไซเคิล
แบบคนญี่ปุ่นบ้างก็ได้ หากมีขวดน้ำแบบนี้มาขาย ใครจะไปรู้
(ล่าสุดญี่ปุ่นมีขวดน้ำแบบบิดได้แล้ว กินเสร็จก็บิดแล้วทิ้ง ประหยัดเนื้อที่ถังขยะมากมาย)
 
มาถึงอันสุดท้ายแล้ว ซึ่งเป็นแนวคิดที่ข้าพเจ้าโดนมากที่สุด
อาจจะถูกกับนิสัยของข้าพเจ้าก็ได้ ให้ลองเดาดูว่าเรื่องไหน 55 อ่านบล็อคบ่อยๆน่าจะรู้นะ
 
 
ดูจากรูปข้างบนก็คงรู้กันแล้ว เรื่องขี้ๆนั้นเอง ถ้าไม่เอาเรื่องขี้มาฝาก
ก็คงจะไม่ใช่สุระยุทธ ตัวจริงเสียงจริง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ขี้ธรรมดาแต่เป็นขี้ลดโลกร้อน!!!!
นับว่าเป็นความปลาบปลื้มมาก ที่ครั้งนึงของการขี้ของสุระยุทธจะสร้างประโยชน์ให้โลกได้ขนาดนี้
ลองดูรูปดิครับ เห็นอะไรประหลาดๆไปจากชักโครกบ้านเรามั้ยครับ
ใบอีกนิด สังเกตุตรงที่ใส่น้ำไว้เวลากดชักโครก ลองดูให้ชัดจะเห็นว่ามันเป็นอ่างล้างมือ???
อ่างล้างมือที่ไม่มีก็อกเปิดน้ำนะครับท่าน น้ำจะไหลก็ต้องเมื่อท่านกดชักโครก
เมื่อกดเสร็จ น้ำที่ไหลผ่านก๊อกน้ำล้างมือ ซึ่งช่วงเวลานี้ให้รีบยื่นมือไปล้างๆ
น้ำที่ไหลผ่านมือท่านจะไหลผ่านลงไปในถังเก็บน้ำ เพื่อเอาไว้ใช้ในการกดชักโครกครั้งต่อไป
 
โอ้มายก้อด คิดได้ไงวะ สุระยุทธขอตั้งชื่อว่าเป็นชักโครกสร้างกุศล
เพราะทุกๆครั้งที่ท่านขี้ ท่านจะช่วยประหยัดน้ำลดโลกร้อน ถือเป็นการสร้างกุศลไปในตัว
 
ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ที่เขาออกแบบมาแบบนี้ไอ้เรื่องประหยัดน้ำมันก็ส่วนนึง
แต่เรื่องหลักๆน่าจะเป็นที่ที่คับแคบมากกว่า เป็นที่รู้กันว่าญี่ปุ่นที่แพงมากๆๆๆ
เพราะฉะนั้นขนาดห้องน้ำไม่ต้องพูดถึง โคดเล็กของโคดเล็ก
ดังนั้นหากจะมีทั้งอ่างล้างมือ และ ชักโครกด้วย คงจะไม่มีที่พอให้หย่อนตูดลงไปแน่
เขาเลยรวมมันเป็นชักโครก 2 in 1 นั้นเอง
 
จะเห็นว่าไอ้คำว่า "จำกัด" มันก็ไม่ได้จำกัดความคิดของคนตามไปด้วย
เหมือนที่เขาบอกกันว่า ยิ่งมีข้อจำกัดมากเท่าไร คนก็ต้องคิดมากขี้นตามไปเท่านั้น
บางทีที่ญี่ปุ่นเขาเป็นประเทศที่เจริญได้ขนาดนี้ น่าจะเป็นคำว่า จำกัด นั้นแหละ
ทั้งเนื้อที่ ทรัพยากร สภาวะที่เป็นเกาะ การแพ้สงครามโลก สารพัดข้อจำกัด
แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้คนของเขาจำ และกัดสู้มันอย่างถึงที่สุด
 
น่าเสียดายนะครับ ที่เมืองไทยเราข้อจำกัดน้อยเสียเหลือเกิน
คนเลยทำไรกันไม่ค่อยคิด และกลายเป็นคิดไม่เป็นในที่สุด
 
มาเริ่มคิดกันเถอะครับ เริ่มตอนนี้และจะสนุกกับการฝึกคิดไปอีกนาน
คิค คิด เพื่อนแท้
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ หัดคิด

  1. Chalida พูดว่า:

    อืม ไอเดียบรรเจิดเลิศเลอดีเนอะ ชอบจังเลยไอ้ส้วมเนี่ย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s